ภาพวาดโดย Sarawut Itsaranuwut [vc_video link='https://youtu.be/VJz1GYWPrWg']   เชิญรับชมสารคดีฉบับเต็มโดย BBC ที่วิดีโอนี้ Bookburi ขออนุญาตถอดความบทสัมภาษณ์ เรียบเรียงบางส่วนใหม่ และแปลพระราชดำรัสที่ซับไตเติ้ลบางช่วงแปลไว้อย่างรวบรัด เพิ่มให้ครบความ   ||| นาทีที่ 0.50 - 3.05 ||| นักข่าว BBC : พระองค์ทรงมองหน้าที่ของกษัตริย์ในฐานะพระมหากษัตริย์ว่าคืออะไร และทำไมพระองค์คิดว่าประเทศไทยควรมีพระมหากษัตริย์ ในหลวง ร.9 : ข้าพเจ้าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะตอบได้ ข้าพเจ้าทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย นักข่าว BBC : พระองค์ทรงตระหนักไหมว่าประเทศไทยจะไม่สามารถดำเนินต่อไปได้หากไม่มีพระมหากษัตริย์ ในหลวง ร.9 : ข้าพเจ้าเป็นกษัตริย์ แต่หน้าที่ของข้าพเจ้าไม่ใช่หน้าที่ของกษัตริย์ ยากจะระบุให้แน่ชัดได้ ข้าพเจ้าเพียงแค่ทำสิ่งต่างๆ ที่ข้าพเจ้าคิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ถ้าถามข้าพเจ้าว่าข้าพเจ้ามีแผนไหม ข้าพเจ้าไม่มีแผน ข้าพเจ้าแค่รู้ว่าข้าพเจ้าต้องทำอะไร แล้วก็ลงมือทำ ข้าพเจ้าบอกไม่ได้ว่ามีอะไรต้องทำบ้าง แต่นั่นต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทุกที่ที่พวกข้าพเจ้าไป ประชาชนอยากพบพวกเรา พวกเขาไม่ได้มีเจตนาจะรบกวน เพียงแต่อยากจะรู้จักพวกเราให้มากขึ้น ไม่ว่าพวกข้าพเจ้าจะกินอะไร เดิน หรือนั่งด้วยอิริยาบถไหน พวกเขาอยากรู้อยากเห็นมากเท่าที่จะมากได้     ||| นาทีที่...

Book Blind Date, Dialogue in the Dark, Bookburi, Read Everywhere bookblinddatedialogueinthedarkprforvideo5

เธอเคยบอกว่า "โชคดีที่มีชีวิตขณะปิดตา"  เธอเรียนจบคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์ ด้วยคะแนนเกียรตินิยมอันดับ 1 เธอสูญเสียดวงตาทั้ง 2 ข้างตั้งแต่ 4 เดือนเนื่องจากโรคมะเร็งในตา เธอเป็นเจ้าของผลงานหนังสือไดอารี "จนกว่าเด็กปิดตาจะโต"

  “สวัสดีค่ะ ชื่อ พลอย สโรชา กิตติสิริพันธุ์ เรียนคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ เรียนจบมาแล้วปีกว่าๆ ตอนนี้ทำงานอยู่ที่สำนักพิมพ์ผีเสื้อ เป็นบรรณาธิการฝึกหัด ช่วยทำหนังสือ จริงๆ ก็ยังช่วยอะไรได้ไม่ค่อยเยอะหรอกค่ะ ทำหน้าที่ตรวจแก้ต้นฉบับ วิธีทำงานก็คือ ใช้คอมพิวเตอร์ซึ่งมีโปรแกรมอ่านข้อความเสียงชื่อว่า JAWS กับ ตาทิพย์ (PPA Tatip) ซึ่งโปรแกรม JAWS จะอ่านเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วตาทิพย์ทำให้เป็นภาษาไทย โปรแกรมพวกนี้พลอยเคยเรียนมานิดนึงตอนประถม แต่ตอนนั้นยังไม่มีคอมพ์เป็นของตัวเองก็เลยยังไม่กล้าใช้ กลัวทำคอมพ์ของพี่พัง มาใช้จริงๆ ตอนม. 5 ที่พี่ไม่อยู่ ต้องพิมพ์งานเอง เลยได้ใช้จริงจัง คอมพ์ที่พลอยใช้เหมือนปกติทั่วไป เพียงแต่ต้องจำคีย์ลัดเวลาสั่งงาน อย่างเช่น จะปิดโปรแกรมใช้ Alf+F4 อะไรอย่างนี้ หรือถ้าต้องการเลื่อนไปเมนูต่างๆ ใช้ปุ่ม Tap พอกดแล้วจะอ่านเสียงออกมา คอมพ์ของพลอยไม่ต้องใช้เมาส์เลย เคยมีคนมาใช้คอมพ์พลอยก็ถามว่า “เมาส์ไปไหน?” (หัวเราะ) ตอนไปเรียนต้องพกโน้ตบุ๊คไปตลอด แต่บางทีก็ไม่ได้จดเลคเชอร์นะคะ ขี้เกียจเอาไปเสียบปลั๊ก รู้สึกระโยงระยาง เวลาสอบตอนมัธยม อาจารย์จะอ่านข้อสอบให้ฟัง พอเข้ามหาวิทยาลัยค่อยใช้คอมพิวเตอร์อ่านให้ฟัง โดยทางมหาวิทยาลัยทำไฟล์ข้อสอบมาให้ แล้วพลอยก็ใส่หูฟัง ซึ่งตอนสอบเป็นช่วงที่โหดมาก เพราะต้องเสียบหูฟังทุกวันแล้วก็ต้องคิดไปด้วย ไม่ใช่ฟังอย่างเดียว” dscf0063

ค่ำคืนที่แสนอ้างว้าง ซึมเศร้า เจ็บปวด โกรธเคือง น้อยใจ และการสูญสลายทางจิตวิญญาณ กับหนังสือเล่มนี้ เรื่องเศร้าเกิดขึ้นได้เสมอไม่ว่ากับใครก็ตาม ในครอบครัวที่เปราะบางแตกสลาย ทั้งทางกายภาพและทางจิตวิญญาณ ความย่อยยับ และความป่วยไข้ที่สามารถสัมผัสได้กับสำนวนที่บาดซึมเข้าไปในอารมณ์ โชคชะตาของเด็ก 3 คนอย่าง ชาลิกา ชารียา และปราณ เด็ก 3 คนกับความฝันและชีวิตในวัยเยาว์ เพื่อบอกถึงการมีอยู่การขาดวิ่นและที่มาของตัวตนในแต่ละคน ก่อนที่ทุกอย่างจะสูญสลายและแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยการเล่าตัดสลับไปมา ก่อให้เกิดความอยากรู้ และไม่อยากรู้ไปพร้อมๆกัน ความอยากรู้นั้นเข้าใจไม่ยาก แต่ที่ไม่อยากรู้ ก็เพราะรู้สึกว่า ภาพต่อไปคงจะต้องมีความเจ็บปวดและขมขื่นตามมาเป็นแน่ และแน่นอน เราหยิบมันมาอ่านใหม่ และเจ็บปวดไปกับตัวละคร ที่ผ่านมาแล้วก็จากไป นอกจากเรื่องเศร้าแล้ว เมื่อพูดถึงเรื่องความสุข ภาพแห่งความขับขาน เบ่งบานสวยงามเกินใคร เรื่องราวในบ้านสวนริมน้ำของวัยเด็ก อาหารนานาชาติของชารี สวนสวยที่สะพรั่งไปด้วยไม้ดอก เพลงคลาสสิกที่คลอเคล้าจนอยากจะเปิดฟัง นั่นยังไม่รวมถึงการเปลี่ยนผ่านแห่งยุคสมัยของคนทั้ง 3 ตั้งแต่ยุคของแผ่นเสียงจนมาถึงดิจิตอลไฟล์ ที่เล่าได้อย่างน่าติดตาม และบอกกล่าวในหลายๆ สิ่ง แต่ไม่ว่าจะเปลี่ยนผ่านมากี่เดือนกี่ปี ความรักก็ยังคงสวยงามและเจ็บปวดอยู่เสมอ ผู้คนมากมายก็ยังคงต้องการมัน รัก สุข สวยงาม ชอกช้ำ แตกสลาย ก่อนที่จะจบลงเป็นโศกนาฏกรรมเศร้า หมุนวนไปไม่จบสิ้น ราวกับไส้เดือนตาบอดในเขาวงกต ที่ไม่ว่าอย่างไร ก็หาทางออกไม่เจอ...

ภายใต้ควันบุหรีสีเทาและแอลกอฮอล์ ควันบุหรี่อ้อยอิ่งปนกับกลิ่นแอลกอฮอล์สีอำพัน เพลง my immortal ที่เปิดวนไปเรื่อยๆ มันเป็นความรู้สึกแปลกๆหลังอ่านจบ อาจเพราะตอนต้น "เขา" ทำให้เราเพ้อถึงความรักที่ไม่ต้องการการผูกมัด อารมณ์กรุ่นเหงาที่แสนอบอุ่นของคนแปลกหน้าในเมืองใหญ่ของอดีตสถาปนิกที่ผันตัวเองมาเป็นพ่อครัว เราค่อยๆอ่านอย่างช้าๆ ราวกับความรู้สึกของเด็กสาวที่แอบชอบชายหนุ่มมาตลอด อยากพูดคุย อยากรู้จักเขาเสียแทบอดทนรอไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าเพียงเพราะคิดว่าถ้าเขาปฏิเสธ เธอก็จะไม่ได้เห็นเขาอีก ใช่ เรากลัว กลัวที่จะอ่านมันจนจบ เราอยากเก็บความรู้สึกดีๆไว้ให้นานที่สุดดังนั้น หนังสือเล่มน้อย ที่ปกติใช้เวลาเพียงไม่นาน ค่อยๆโดนละเลียดด้วยเวลา 3 สัปดาห์แต่กลับกลายเป็นความผิดพลาดที่สุด เมื่อเราหยิบมันมาอ่านหลังจากที่ผ่านฤดูมรสุมในจิตใจ และมันจะยิ่งดิ่งลึกขึ้นหากพยายามที่จะระงับทุกความรู้สึกด้วยแอลกอฮอล์ เพราะความรู้สึกของคุณจะไม่มีทางเหมือนเดิมอีกเลย มันจะมีทั้งความเหงา ความรัก ความอบอุ่น ความคำนึงถึง ที่ยังลอยอวลอยู่ในหนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณสัมผัสมันได้อย่างดีและดูเหมือนจะดีเกินไปเสียด้วยซ้ำ แน่นอนว่าความรู้สึกเหล่านี้เกิดขึ้นเนื่องจากการจากลา ไม่วาจะเป็นการจากเป็น หรือจากตาย แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตามในชีวิตของคนๆหนึ่ง ก็คงไม่มีใครหนีพ้นความเศร้าจากการพลัดพรากที่ทุกคนจะต้องเจอไปได้ และท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ไม่มีทางหนีพ้นนั่นก็คือความตาย ความตายนั้นไม่ได้น่ากลัวเลย แต่สิ่งที่น่ากลัวคือความรู้สึกก่อนตายต่างหากที่หลายๆคนกลัว หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้จบลง รสชาติของความเศร้าที่ยังคงกรุ่นอยู่ในใจ ยังคงคอยหมุนเวียนหลอกหลอนไปพร้อมๆกับความรัก ที่ยังคงมีหลงเหลืออยู่มากมาย และไม่ผิดหรอก หากในตอนจบคุณจะรู้สึกถึงรอยยิ้มของตนเองที่แปลความหมายได้ว่า "เรารู้จักมันดี และเราชอบความรู้สึกแบบนี้เสียแล้ว" บันทึกของฮันฮีจุน 6 ก.ย. 2001 20: 00 ...

“ความโดดเดี่ยวมีมืออ่อนนุ่มดังผ้าไหม แต่มีนิ้วที่แข็งแรงซึ่งกำบีบดวงใจให้ปวดร้าวด้วยความทุกข์ ความโดดเดี่ยวเป็นพันธมิตรของความเศร้าโศก เช่นเดียวกับที่มันเป็นคู่มิตรของความสุกสกาวทางวิญญาณ” ความรักที่เพิ่งเริ่มต้น กลับโดนฉีกทึ้งด้วยพันธนาการแห่งชีวิต รักแรกพบมีจริงหรือ? นั่นไม่สามารถอธิบายได้ แต่ความรักที่เกิดขึ้นนั้นจริงเสมอ ความเจ็บปวดของการพลัดพรากไม่มีสิ่งใดเทียบได้ แล้วยิ่งการพรากจากที่นำไปสู่ความเจ็บปวดก็ยิ่งส่งผลให้ความทุกข์โศกรุมเร้าอยู่เช่นกัน การแต่งงานนั้น หากจะเทียบไปแล้วควรเป็นสิ่งที่สวยงามและเต็มไปด้วยความสุขของชีวิตคู่ แต่หากเป็นการแต่งงานเพื่อเงินทองและชื่อเสียงโดยที่ขาดความรัก นั่นเป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้หญิง และหญิงที่มีความรักกับชายอื่นอยู่แล้วนั้น ยิ่งทำให้เจ็บปวดเป็นเท่าทวี แต่แล้วความรักนั้นก็กลับทำให้เธอเข้มแข็ง และเลือกที่จะทำให้คนรักของเธอมีความสุข โดยการที่จะไม่ติดต่อกับเขาอีก จนกระทั่งเธอตายจากไป...

Blue Mind Books : หนังสือว่าด้วยคนซึมเศร้า ที่จะพาคุณจมจ่อมไปกับความเศร้า Book Blue Mood

"...คนที่เป็นโรคซึมเศร้าคือคนที่เข้มแข็งเกินไป คนที่เก็บปัญหาไว้กับตัวเองมากเกินไป การที่คุณเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนบ้า คุณแค่เป็นคนที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่า..."

ชื้น อับ และมืดมิด ดวงตาของข้ามองไม่เห็นสีใดนอกจากสีดำ แม้ไฟที่มอบความสว่างไสวนั้นจะไม่ได้อยู่ในมือข้าแล้ว แต่ก็ยินดีที่ได้ส่งมันต่อ และจุดติดไปทั่วโลกมนุษย์ เชิญเถอะ... ซูส บันดาลโทสะท่านให้พอต่อการกระทำของข้า หากมนุษย์ยังจะบูชาท่านต่อไปก็คงจะเป็นด้วยความกลัวหาใช่ความรัก ความเคารพ ข้ายอมทรมาน เจ็บทุรนทุรายจากกรงเล็บ และจะงอยปากอันคมแกร่งของพญาอีกา แต่จะไม่รู้สึกเสียใจที่ได้ส่งมอบแสงไฟให้มวลมนุษย์ ไม่เลยสักนิด

อยู่กับ 'โรคซึมเศร้า' ข้างๆ กัน นิ้วกลม Roundfinger | 28 กรกฎาคม 2559 1. ก่อนจะพูด เราควรฟัง คนรอบตัวผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามักตัดสินและมองเขาด้วยสายตาของตัวเอง เรามักพยายามปลุกระดมให้เขามีความฮึกเหิม มีเป้าหมาย นั่งไถ่ถามถึง passion ความใฝ่ฝัน และอะไรก็ตามที่คิดว่าจะเป็นแรงผลักดันให้เขามีพลังกับชีวิต บางครั้งก็เผลอไปดุด่าว่ากล่าวว่าทำไมเขาจึงเป็นคนเฉือยเนือยขี้เกียจสันหลังยาวเซื่องซึมไม่ยอมทำอะไร บางทีก็ไปกระตุ้นให้เขาลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่าง ทั้งหมดนี้ทำไปด้วยความปรารถนาดี แต่หารู้ไม่ว่า สำหรับผู้ป่วยแล้ว สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้สถานการณ์ย่ำแย่ลงไปอีก เพราะมันแสดงถึงความไม่เข้าใจในภาวะที่เขาประสบอยู่ หากมีคนใกล้ชิดเนือยๆ เบื่อๆ ก่อนที่จะบิ๊วให้เขาทำอะไรมากมาย เราควรเงี่ยหูฟังเขาสักหน่อยว่าตอนนี้เขารู้สึกยังไงกับโลกและชีวิต เราจะเข้าใจอะไรมากขึ้น 2. เขาไม่ได้อยากเป็นอย่างนั้น เมื่อได้ฟัง เราจะเข้าใจว่าอาการที่เขาเป็นอยู่นั้นเป็นภาวะยากลำบากอย่างยิ่ง เพราะมันคือความรู้สึกที่ไร้ความรู้สึกกับทุกสิ่ง ไม่บวก ไม่ลบ ไม่มีสิ่งใดมีความหมาย ไม่ตื่นเต้นกับอะไร ไม่อยากทำอะไร ไม่อยากคุยกับใคร ซึ่งเขาไม่ได้อยากเป็นอย่างนั้นแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้กดดัน ในโลกที่ทุกคนต้องขยันทำงาน อาการเช่นนี้ยิ่งทำให้รู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า อยากลุกขึ้นมาทำงานแต่ก็ไม่มีเรี่ยวแรงมากพอ นอกจากเนือยแล้วยังต้องต่อสู้กับคุณค่าที่สังคมรอบตัวกำหนดอีก นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่ง่ายเลย 3....

Bookburi read on a Train ครั้งที่ 3 หอบหนังสือ หนีขึ้นรถไฟ ไปชมพระราชวังสนามจันทร์ และเยือนร้านคำนำ (นครปฐม) [embed]https://youtu.be/zddNQ4tA448[/embed] บันทึกเทปรายการท่องโลกอักษร ช่อง Thai PBS ตามติดกิจกรรมประจำร้านบุ๊คบุรี Bookburi read on a Train ครั้งที่ 3 หอบหนังสือ หนีขึ้นรถไฟ ไปชมพระราชวังสนามจันทร์ และเยือนร้านคำนำ (นครปฐม) ร่วมพูดคุยกับเจ้าสำนักเม่นวรรณกรรม คุณนิวัติ พุทธประสาท และคุณวิกรานต์ ปอแก้ว ผู้เขียนหนังสือ 'ความโดดเดี่ยวของนักวิ่งระยะไกล'...