Blue Mind Books : หนังสือว่าด้วยคนซึมเศร้า ที่จะพาคุณจมจ่อมไปกับความเศร้า - Bookburi
15980
post-template-default,single,single-post,postid-15980,single-format-standard,seed-fonts-body-kanit,,boxed,qode-title-hidden,footer_responsive_adv,qode-content-sidebar-responsive,columns-4,qode-theme-ver-10.0,wpb-js-composer js-comp-ver-4.11.2.1,vc_responsive,no-js
BLUE MIND

Blue Mind Books : หนังสือว่าด้วยคนซึมเศร้า ที่จะพาคุณจมจ่อมไปกับความเศร้า

Blue Mind Books : หนังสือว่าด้วยคนซึมเศร้า ที่จะพาคุณจมจ่อมไปกับความเศร้า
Book Blue Mood

“…คนที่เป็นโรคซึมเศร้าคือคนที่เข้มแข็งเกินไป คนที่เก็บปัญหาไว้กับตัวเองมากเกินไป การที่คุณเป็นโรคซึมเศร้าไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนบ้า คุณแค่เป็นคนที่ชอบทำอะไรด้วยตัวเองมากกว่า…”

น้องจอมเทียน จันสมรัก  (FB: Jomtian Jansomrag) สาวน้อยผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ได้ให้สัมภาษณ์ถึงอาการป่วยของเธอกับ MGR Online (27 กรกฎาคม 2559)

หลายคนคงคุ้นหูกับ ‘โรคซึมเศร้า’ มากขึ้นในระยะหลังๆ มานี้ อาจเพราะโลกโซเชียลทำให้เราได้ใกล้ชิดกับผู้คนรอบตัวในมุมที่คาดไม่ถึงมากขึ้น กลายเป็นเรื่องใกล้ตัว และโรคใกล้ใจ ซึ่งทั้งตัวผู้ป่วยเอง และคนรอบข้างควรต้องทำความเข้าใจโรคนี้ให้มากๆ เพื่อจะก้าวเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาเยียวยาที่ต้องผ่านการบำบัดจิต และกินยาอย่างต่อเนื่อง

หากใครยังไม่เข้าใจอารมณ์ของคนซึมเศร้า และอยากลองเข้าใกล้ความรู้สึกนึกคิดของพวกเขา บุ๊คบุรีอยากแนะนำให้ลองอ่านหนังสือเหล่านี้ ซึ่งบางเรื่องก็เหมาะแก่ผู้ป่วยอ่านเอง แต่บางเล่มก็อาจไม่เหมาะให้ผู้ป่วยอ่านก็เป็นได้ เพราะน่าจะพาจมจ่อมซึมลึกถึงความเศร้าตามตัวละครเอาง่ายๆ แต่สำหรับนักอ่านจิตแข็งน่าจะได้ลองอ่านเพื่อสัมผัสขั้วอารมณ์ที่ยังไม่เคยข้ามไปถึงดูบ้าง


1.) เรื่องเล่าจากยอดภูเขาน้ำแข็ง

สารคดีรางวัลยอดเยี่ยมนายอินทร์อะวอร์ด ประจำปีพุทธศักราช 2557
ดาวเดียวดาย เขียน | แพรวสำนักพิมพ์ | 175 หน้า | ราคา 175 บาท

แน่นอนว่าคงหลีกเลี่ยงน้ำตาจากการอ่านเล่มนี้ไปไม่ได้
เราต้องยอมไต่ขึ้นยอดภูเขาหิมะอันหนาวเหน็บโน่นเสียก่อน
ถึงจะมองเห็นดาวเดียวดายที่อยู่ขอบฟ้าลิบๆ และยากจะเดินทางไปถึง
กว่าจะก้าวผ่าน เข้าใจตัวเอง และเข้าใจผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้าอย่างแท้จริง

พี่หญิง ผู้เขียนสารคดีเล่มนี้ ก็มาร่วมทริปกับชาวบุ๊คบุรีหลายครั้ง เป็นรุ่นบุกเบิกตั้งแต่ทริปแรกเลยล่ะ เห็นตัวจริงปลีกวิเวก อ่านหนังสือเงียบๆ แบบนั้น ถ้าได้ดูบอล นอนค้างคืนฟังเรื่องผี และติดตามอ่านสเตตัสเรื่องเล่าของแกที่มีอารมณ์ขันอยู่ในที ก็จะเกิดความรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้เข้มแข็ง น่ารัก และอบอุ่น ไม่ได้หม่นหมองเย็นชาอย่างที่เคยจินตนาการถึงผู้ป่วยโรคนี้เอาไว้ขนาดนั้น


หิ่งห้อยในสวน, นิวัต พุทธประสาท

2.) ‘หิ่งห้อยในสวน’ (Fireflies in The Garden)

นิวัต พุทธประสาท เขียน | 70 หน้า | ราคา 75 บาท | สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม

…ขณะที่ฉันนอนฟังเพลงของเมกาเดธ ปิศาจเคาะประตูเรียก ฉันเชิญมันเข้ามาในงานเลี้ยงอันโดดเดี่ยวว่างเปล่า ฉันเรียกมันนั่งที่โต๊ะอาหาร ซึ่งมีเพียงบะหมี่สำเร็จรูปใส่ไข่ต้ม…

… ปิศาจช่างพูดประจบเอาใจ มันพูดขึ้นว่าเธอใช่ไหมที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ฉันพยักหน้า มันพูดว่าก่อนตายฉันควรจะกระโดดออกมาจากวังวนของพวกจอมปลอม คนดีจอมปลอมในสังคม การเดินเข้าไปในสังคมของคนดีเป็นสิ่งที่น่าเบื่อ คนดีมีแต่หน้าไหว้หลังหลอก คนดีชอบพูดจาสั่งสอนให้คนอื่นอยู่ในคุณธรรมจริยธรรม แต่ตัวเองเหลวแหลกยิ่งกว่าใคร…

… พวกเขาคิดว่าตัวเองสูงส่งกว่าคนอื่น ดีกว่าคนอื่น ดังนั้นคนเหล่่านั้นจึงสามารถตัดสินคนอื่นได้…

(หิ่งห้อยในสวน, หน้า 20-21)

เรื่องราวของหนุ่มวัย 23 ผู้มีความคิดขบถต่อต้านโลกทั้งโลก เขาดูปกติดีเหมือนคนหนุ่มทั่วไปที่มีเพื่อน มีความรัก ชอบดูหนังฟังเพลง เพียงแต่ทุกสิ่งนั้นเจือความเศร้าเสมอ

เขามีอาการปวดหัวเรื้อรัง และจ่อมจมอยู่กับความรู้สึกเปล่าดายเมื่อต้องทนอยู่บนโลกที่เขาไม่เคยเข้าใจ หากเรามีโอกาสได้จ้องเข้าไปภายในดวงตาของเขา เราคงพบแต่ความว่างเปล่าอันหนักอึ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยความเฉยเมย คำถาม และครุ่นคิดถึงแต่ความตายอันเป็นอมตะของเหล่านักร้อง และนักเขียนผู้เป็นตำนาน พวกเขาล้วนจากไปด้วยการตัดสินใจของตัวเอง และเขาเองก็เฝ้ารอจะได้เห็นแสงของหิ่งห้อยในความมืดมิดเมื่อเวลานั้นมาถึงด้วยตัวของเขาเองเช่นกัน เขายืนยันว่านั่นคือความสงบ สดชื่น และเปี่ยมด้วยความหวังที่สุด ราวกับจุดไฟเย็น และพลุโอ่งของเล่นในวัยเยาว์ที่เขาไม่เคยพลาดในวันสงกรานต์


3.) ‘การล่มสลายของสถาบันครอบครัว ที่ความรักไม่อาจเยียวยา’

การล่มสลายของสถาบันครอบครัว ที่ความรักไม่อาจเยียวยา

เรื่องสั้นเข้ารอบห้าเล่มสุดท้ายรางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2540 |  อรุณวดี อรุณมาศ เขียน
สำนักพิมพ์ openbooks (ปกเก่าหมด) 144 หน้า ราคา 110 บาท
สำนักพิมพ์บุ๊คเมกเกอร์ แปลสองภาษา ไทย-อังกฤษ The Blood Daughter Fall of the House That Love Can’t Cure
432 หน้า ราคา 400 บาท

แม่บอกว่าเธอทำให้แม่เป็นทุกข์ และต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด พ่อและญาติ ๆ ของพ่อต่างก็เกลียดเธอ และผลักไสเธอสู่วิถีแห่งความเจ็บปวด ไม่มีสิทธิ์ร้องขอสิ่งใด ไม่มีอ้อมแขนแข็งแรงของพ่อ ไม่มีอ้อมอกอบอุ่นของแม่ ไม่มีบ้านพักพิงยามว้าเหว่ มีแต่ฝันร้ายตลอดคืน แล้วเธอจะโหยหาสิ่งใด การมีชีวิตอยู่ หรือความตาย

เรื่องราวแสนร้าวใจของหญิงสาวผู้ไม่ปรากฎแม้แต่ชื่อ ช่างบ่งบอกถึงความไม่สลักสำคัญของเธอเสียเหลือเกิน
‘ฉัน’ ฝันซ้ำซาก ฝันที่คอยตามหลอกหลอนเธอทุกค่ำคืน เธอเป็นคนไข้จิตเวชที่พยายามฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้ง
เราจะได้ย้อนรำลึกความทรงจำแสนเจ็บปวดของเธอ สลับกับเหตุการณ์ปัจจุบันในโรงพยาบาล สะท้อนมุมมองของเด็กที่ขาดความรักความอบอุ่นอย่างรุนแรง ไม่มีใครต้องการเพราะเป็นมารหัวขน และลงท้ายด้วยตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า จมอยู่กับความรู้สึกไร้ค่า
ชินชาต่อการดำรงชีวิตอยู่ จนทำร้ายตัวเองได้อย่างน่าสะพรึงกลัว เพื่อลงโทษตนเองให้สาสมกับที่เกิดมา แม้ใครหลายคนอาจหาว่าเธอเรียกร้องความสนใจ


4.) สูญสิ้นความเป็นคน

ดะไซ โอซามุ เขียน | พรพิรุณ กิจสมเจตน์ แปล | สำนักพิมพ์ JLIT | 210 บาท
ประหนึ่งบันทึกพินัยกรรมชีวิตอันน่าอัปยศของนักเขียนหนุ่ม
ความคาดหวังจากสังคมค่อยๆ กัดกร่อนตัวตนของเขาทีละน้อย
จนไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไป ปลุกเร้าให้เราตระหนักถึงตัวตนของเราเอง


ใครมีรายการหนังสือซึมเศร้าเล่มอื่นๆ แนะนำเพิ่มเติมกันเข้ามาได้นะ